บทความ
คุณอยากเป็น Cream มั้ย?

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

            มีคำกล่าวว่าสื่อก็เหมือนกระจกทำหน้าที่ส่องสะท้อนความเป็นจริงในสังคม

            แต่ก็มีอีกมุมหนึ่งที่เรียกร้องว่านอกจากความเป็น “กระจก” แล้ว สื่อยังมีภารกิจของ “ตะเกียง” ทำหน้าที่ส่องนำวิถีแห่งปัญญาสู่สังคมด้วย

            ข้าพเจ้าดีใจและเป็นสุข ที่ได้เห็นความพยายามของคนทำงานกลุ่มหนึ่งที่พยายามของคนทำงานกลุ่มหนึ่งที่พยายามผลิตหนังสือที่มุ่งมั่นเดินไปบนภารกิจของการเป็นทั้ง “กระจก” และ “ตะเกียง” และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือเล่มนั้นเป็นนิตยสารที่พยายามสื่อสารเรื่องชีวิตกับวัยรุ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

            เมื่อแรกที่ได้ยินชื่อนิตยสาร Cream ก็อยากจะตั้งคำถามว่า “คุณอยากเป็น cream มั้ย?”

            วัยรุ่นฟังดูแล้วก็อาจจะอยากพรีเซ็นตัวเอง ให้ตัวเองดูเป็น cream

            Cream ไม่ได้หมายถึงการที่มีอะไรดีกว่าคนอื่น

            แต่ cream หมายถึงการสังเคราะห์ตัวเองจากสิ่งที่เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วแยกส่วนได้ว่าส่วนไหนจะเป็นหัวกะทิ ส่วนไหนจะเป็นหางกะทิ

            ชีวิตมีช่วงจังหวะของการเติบโตที่ทำให้เรารู้ว่า...อะไรที่เป็นสาระและอะไรที่ไม่ใช่สาระของชีวิต

            Cream จึงไม่ใช่คนอื่นคั้นเรา แต่ cream คือการรู้จัก “คั้นตัวเอง”

            คนที่คั้นตัวเองได้ จะรู้ว่าอะไรคือส่วนที่เป็นหัวกะทิ และจะรู้ว่าจะเอาหัวกะทิไปทำอะไร

            ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้รังเกียจหางกะทิ แต่ก็รู้ว่าจะเอาหางกะทิไปทำอะไร

            เพราะฉะนั้นเยาชนคนหนุ่มสาวจะต้องมาเรียนรู้กับความเป็น cream ใน 4 เรื่องที่เป็นองค์ประกอบของชีวิต

            Learn ต้องรู้ว่าจะเรียนรู้กับชีวิตของตัวเองอย่างไร ไม่ใช่แค่เรียนหนังสือ ไม่ใช่เรียนเพื่อแค่ให้จบ แต่เรียนเพื่อรู้จักชีวิต รู้เท่าทันอารมณ์ ไม่หลงอยู่ในกระแสของอารมณ์ รู้ว่าอารมณ์เป็นแค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้

            อารมณ์มาอารมณ์ไป ในหัวใจของเราไม่หลงอารมณ์ จึงเป็น Cream

            Life ต้องมีไลฟ์สไตล์ที่พึ่งพาตัวเอง เกิดความพึงพอใจในตัวเองที่จะเลือกหนทางที่รู้ว่านี่คือสาระของชีวิต คุณต้องรู้ว่ามนุษย์ทุกคนที่อยู่ข้างหน้าเราไม่มีใครที่เราไม่เคยเห็นเขาก่อน เพียงแต่เราระลึกชาติไม่ได้เท่านั้นเอง ดังนั้นมึนจึงไม่สนุกนักหรอกที่จะให้คนข้างหน้าต้องเจ็บปวดเพราะเรา เพราะฉะนั้นไลฟ์สไตล์ของเราก็คือ การที่เราจะไม่ทำให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะเรา และต้องเรียนรู้ที่จะเกื้อกูลบุคคลที่กำลังทุกข์เพื่ออยู่เย็นเป็นสุข พ้นทุกข์ร่วมกัน

            ดังนั้น การสำนึกในการมีชีวิตที่กตัญญูต่อธรรมชาติ กตัญญูต่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตจึงเป็น Cream

            Love ไม่มีมนุษย์หรือสรรพชีวิตใดที่ไม่ได้ชีวิตมาด้วยความรัก ความรักจึงเป็นรากฐานของชีวิต เรามีเซลล์ตัวแรกเป็นเซลล์แห่งรัก เพราะฉะนั้นการที่เรามีรักอย่างคนที่รู้ว่า...รักเป็นก็ไม่เป็นทุกข์เป็นสำคัญเราจึงส่งเสริมให้เด็กๆ มีรัก ไม่ได้ปฏิเสธที่จะให้วัยรุ่นไม่รักแต่ต้องรักให้เป็น

            สิ่งที่มีค่าที่สุดคือชีวิตของเรา เราจึงรักในชีวิตของคนอื่นด้วย เพราะเราเห็นคุณค่าในความแตกต่าง ดังนั้น ความรักและการเคารพในความแตกต่างจึงเป็น Cream

            Spiritual entertainment ความสนุกสนานเป็นเรื่องของความบันเทิงความบันเทิงทำให้โลกน่าอยู่ แต่โลกจะสนุกและไม่ทุกข์ต้องเป็นความสนุกสนานทางปัญญา

            ไม่มีความสนุกใดที่ให้คุณค่ากับชีวิตได้เท่ากับการมีชีวิตที่ร่าเริง รู้ตื่นและเบิกบาน มีชีวิตที่เป็นอิสระ และพึ่งพาตัวเองได้ เยาวชนต้องเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ ถึงจะเป็น Cream

            นี่คือผลิตผลจากความพยามยามของทำงานด้านสื่อ ที่มุ่งมั่นเดินอยู่บนเส้นทางเพื่อแสดงความรับผิดชอบในภารกิจระหว่างกระจกและตะเกียง ที่จะส่องสะท้อนและส่องนำทางให้คนรู้จักการเรียนรู้ที่จะ “คั้นตัวเอง” ให้เป็น Cream “ คุณล่ะ อยากเป็น Cream มั้ย?”

ที่มา : www.dnfe5.nfe.go.th
 
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเขตสวนหลวง
ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10230
โทร 0-2321-6900, 0-2321-6644 e-mail : info@slnfe.com
Copyrights © 2009 www.slnfe.com All Rights Reserved.
counter